แผล การทำแผล อุปรณ์ทำแผล และการดูแลแผลเบื้องต้น

ลักษณะแผลที่พบบ่อย
- แผลถลอก ผิวหนังชั้นตื้นเสียหาย อาจมีเลือดซึมหรือสิ่งสกปรกติดอยู่
- แผลฉีกขาด/แผลเปิด อาจลึกถึงชั้นใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่ออื่น
- แผลกัดหรือแผลรู แม้รูแผลภายนอกจะเล็ก แต่อาจมีการบาดเจ็บหรือการติดเชื้ออยู่ใต้ผิวหนัง
- แผลติดเชื้อ/ฝี อาจพบอาการบวม ร้อน เจ็บ มีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือมีของเหลวไหล
- แผลเนื้อตาย เกิดเมื่อเนื้อเยื่อได้รับความเสียหายจนขาดเลือดหรือไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ อาจพบเนื้อเยื่อสีดำ เทา น้ำตาล หรือมีลักษณะแห้งแข็งหรือเปื่อยยุ่ย ทั้งนี้ สีของแผลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเนื้อตายได้ ต้องประเมินร่วมกับเลือดมาเลี้ยง ลักษณะเนื้อเยื่อ และสภาพแผล
- แผลที่มีเนื้อเยื่อหลุดลอกหรือเสียหายมาก อาจพบหลังอุบัติเหตุ แผลถูกกัด หรือการบาดเจ็บรุนแรง และอาจต้องรักษาด้วยการตัดเนื้อเยื่อที่เสียหายออก
แผลเนื้อตายต้องดูแลอย่างไร?
เนื้อเยื่อที่ตายแล้วอาจขัดขวางการหายของแผลและเป็นแหล่งสะสมของสิ่งปนเปื้อนหรือเชื้อโรค การรักษาจึงต้องประเมินว่าเนื้อเยื่อส่วนใดยังมีชีวิตและส่วนใดเสียหาย
สัตวแพทย์อาจพิจารณา การตัดเลาะเนื้อเยื่อที่ตายหรือเสียหาย (debridement) การล้างแผล การควบคุมการติดเชื้อ และการเลือกวิธีปิดแผลหรือปล่อยให้แผลหายแบบเปิดตามสภาพของแผล
ไม่ควรตัดหรือดึงเนื้อเยื่อสีดำ/เนื้อเยื่อที่สงสัยว่าเนื้อตายออกเองที่บ้าน เพราะอาจมีเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตปะปนอยู่ และอาจทำให้เลือดออกหรือทำให้แผลเสียหายมากขึ้น
ขั้นตอนการทำแผลเบื้องต้น
1. ประเมินแผลและห้ามเลือด
หากมีเลือดออก ให้ใช้ผ้าก๊อซหรือวัสดุสะอาดกดบริเวณแผลอย่างต่อเนื่อง หากเลือดออกมาก หยุดยาก หรือแผลลึก ควรพบสัตวแพทย์โดยเร็ว
2. ล้างแผล
การล้างช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและสิ่งปนเปื้อนออกจากแผล
เหมาะสำหรับการทำความสะอาดทั่วไป
- น้ำเกลือ 0.9% (Normal Saline)
- น้ำสะอาดสำหรับล้างแผลในกรณีจำเป็น
น้ำยาที่ควรใช้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
- Chlorhexidine ชนิดเจือจางที่เหมาะสม
- Povidone-iodine (Betadine) ในความเข้มข้นที่เหมาะสม
"❗ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้งาน❗"
- Hydrogen peroxide
- แอลกอฮอล์
- น้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้น
- น้ำมันหอมระเหยหรือสมุนไพรต่าง ๆ
สารบางชนิดอาจทำลายเนื้อเยื่อหรือทำให้แผลหายช้าลง จึงไม่ควรเลือกใช้เพียงเพราะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ
3. ประเมินเนื้อเยื่อและการปิดแผล
แผลที่มีการติดเชื้อ เนื้อเยื่อตาย หรือมีการปนเปื้อนมาก อาจไม่เหมาะกับการเย็บปิดทันที สัตวแพทย์อาจเลือกทำแผลและกำจัดเนื้อเยื่อที่เสียหายก่อน แล้วประเมินการปิดแผลในภายหลัง
อุปกรณ์ทำแผลที่ควรรู้จัก
1. กลุ่มทำความสะอาดแผล
- ผ้าก๊อซ ใช้ซับสารคัดหลั่งหรือเช็ดบริเวณรอบแผล
- สำลีก้าน ใช้ทำความสะอาดบริเวณผิวรอบแผลตามคำแนะนำ ไม่ควรใช้ถูหรือยัดเข้าไปในแผลลึก
- น้ำเกลือ 0.9% เหมาะสำหรับล้างแผลทั่วไป
ควรใช้วัสดุสะอาดและหลีกเลี่ยงการถูแผลแรง ๆ เพราะอาจทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังซ่อมแซม
2. กลุ่มครีมและเจลสำหรับแผล
มีผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีสารต้านจุลชีพ เจลกระตุ้นเนื้อเยื่อ หรือวัสดุปิดแผลที่มีสารต้านจุลชีพ ฯ
ไม่ควรเลือกใช้ครีมหรือเจลฆ่าเชื้อเองกับแผลทุกชนิด เพราะการเลือกใช้ขึ้นกับชนิดของแผล ระยะการหายของแผล และปริมาณสารคัดหลั่ง
3. กลุ่มวัสดุปิดและยึดผ้าพันแผล
- เทปทางการแพทย์ เช่น 3M ใช้ยึดผ้าก๊อซหรือวัสดุปิดแผล ไม่ควรติดลงบนเนื้อแผลโดยตรง
- Fixomull ใช้ช่วยยึดวัสดุปิดแผล โดยต้องระวังแรงดึงบนผิวหนัง
- Coban หรือผ้ายืดชนิดยึดติดตัวเอง ใช้เป็นชั้นนอกเพื่อช่วยยึดผ้าพันแผล ต้องระวังการพันแน่นเกินไป
- ผ้าพันแผล ใช้ป้องกันการปนเปื้อน ดูดซับสารคัดหลั่ง และช่วยป้องกันสัตว์ทำลายแผล
"การพันแผลแน่นเกินไปอาจทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติและเกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อได้"

ต้องทำแผลนานแค่ไหน?
ไม่มีระยะเวลาตายตัว ขึ้นอยู่กับขนาดและความลึกของแผล การติดเชื้อ ปริมาณเนื้อเยื่อที่เสียหาย ตำแหน่งแผล และสุขภาพของสัตว์
แผลเปิดหรือแผลที่มีเนื้อตายอาจต้องทำแผลและเปลี่ยนวัสดุปิดแผลเป็นระยะ รวมถึงอาจต้องตัดเลาะเนื้อเยื่อที่เสียหายหลายครั้งจนสามารถสร้างเนื้อเยื่อใหม่และเข้าสู่ระยะการหายของแผลได้
จำเป็นต้องกินยาหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกแผลต้องได้รับยาปฏิชีวนะ สัตวแพทย์จะพิจารณาจากลักษณะแผล การปนเปื้อน การติดเชื้อ แผลกัดหรือแผลรู และปัจจัยของสัตว์แต่ละตัว
หากมีอาการเจ็บ สัตวแพทย์อาจพิจารณายาบรรเทาปวดที่เหมาะสม
"ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด หรือยาของคนมาใช้เอง"
การสังเกตแผลระหว่างพักฟื้น
ควรสวมใส่ลำโพงกันเลียหรืออุปกรณ์กันเลีย หมั่นตรวจดูแผลและผ้าพันแผลตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยสังเกต
- บวม แดง ร้อน หรือเจ็บมากขึ้น
- มีหนองหรือของเหลวผิดปกติ
- มีเลือดออกต่อเนื่อง
- มีกลิ่นผิดปกติ
- แผลแยกหรือมีเนื้อเยื่อสีดำ/เทาเพิ่มขึ้น
- เนื้อเยื่อมีลักษณะแห้งแข็ง เปื่อยยุ่ย หรือเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
- สัตว์เลีย กัด หรือเกาแผล
- ผ้าพันแผลเปียก สกปรก หลุด หรือรัดแน่น
- ปลายขาบวม เย็น ซีด หรือมีสีผิดปกติในกรณีพันแผลที่ขา
- สัตว์ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ หรืออาการโดยรวมแย่ลง
หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรให้สัตวแพทย์ประเมินแผลอีกครั้ง
แผลแบบไหนควรพบสัตวแพทย์?
ควรพาสุนัขหรือแมวเข้ารับการตรวจเมื่อเป็นแผลกัด แผลรู แผลลึกหรือกว้าง เลือดออกมาก แผลมีสิ่งแปลกปลอม แผลบวมและมีหนอง แผลมีกลิ่นผิดปกติ มีเนื้อเยื่อที่สงสัยว่าเนื้อตาย หรือมีอาการผิดปกติทั่วร่างกายร่วมด้วย
การดูแลแผลที่ถูกต้องไม่ได้หมายถึงการใช้ยาฆ่าเชื้อหลายชนิด แต่คือการประเมินแผล ล้างสิ่งปนเปื้อน ควบคุมการติดเชื้อ จัดการเนื้อเยื่อที่เสียหาย รักษาสภาพแวดล้อมของแผลให้เหมาะสม และป้องกันไม่ให้สัตว์ทำร้ายแผลซ้ำ
ตรวจแผลและทำแผลโดยสัตวแพทย์
"หากไม่แน่ใจว่าแผลลึกแค่ไหน มีเนื้อเยื่อตายหรือไม่ มีการติดเชื้อหรือไม่ หรือควรใช้วัสดุปิดแผลและยาชนิดใด ควรให้สัตวแพทย์ประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา"
📍 โรงพยาบาลสัตว์เชิงเนิน ระยอง เปิดทำการตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. 📞 095-356-5924 📩 ทักแชทสอบถามทีมสัตวแพทย์ หรือนัดหมายเพื่อพาน้องเข้ารับการตรวจและทำแผล