ภาวะฉุกเฉินในสุนัขและแมว
ภาวะฉุกเฉินในสุนัขและแมว คือภาวะที่อาจส่งผลต่อชีวิตหรือการทำงานของอวัยวะสำคัญ และจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะอาการบางอย่างสามารถทรุดลงได้ภายในเวลาไม่นาน

อาการแบบไหนที่ควรรีบพบสัตวแพทย์?
หากสุนัขหรือแมวมีอาการต่อไปนี้ ควรได้รับการประเมินจากสัตวแพทย์โดยเร็ว
- หายใจลำบาก หอบผิดปกติ หรือมีอาการหายใจไม่ออก
- หมดสติ ล้มลง ไม่ตอบสนอง หรือมีระดับความรู้สึกตัวผิดปกติอย่างชัดเจน
- ชักต่อเนื่อง ภาวะชักเกร็ง มีอาการเหยียดหรือมีอาการทางระบบประสาทรุนแรง
- เลือดออกมากหรือไม่สามารถควบคุมเลือดออกได้
- เหงือกซีดหรือขาวผิดปกติ หรือมีสีออกเขียว/ม่วง
- ปวดรุนแรงหรือมีอาการทรมานอย่างชัดเจน
- อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอ่อนแรงหรือซึมร่วมด้วย
- ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะติดขัด พยายามเบ่งปัสสาวะ โดยเฉพาะในแมวเพศผู้
- ท้องบวมอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการพยายามอาเจียนแต่ไม่ออก
- ได้รับสารพิษหรือสงสัยว่ากินสิ่งที่เป็นพิษ สิ่งแปลกปลอม
- ถูกกัด ถูกชน ตกจากที่สูง หรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง
- มีบาดแผลเปิดรุนแรง หรือมีอวัยวะยื่นออกมาผิดปกติ
- ถูกงูกัด
- มีภาวะตัวร้อนผิดปกติหรือสงสัยฮีทสโตรก
- มีปัญหาระหว่างการคลอด เช่น เบ่งคลอดผิดปกติหรือคลอดไม่ออก
อาการเหล่านี้เป็นตัวอย่างของปัญหาที่แนวทางการคัดกรองสัตว์ป่วยฉุกเฉินทางสัตวแพทย์ระบุว่าควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน
ภาวะฉุกเฉินที่พบได้บ่อยและมีความสำคัญ
1. หายใจลำบาก
การหายใจลำบากอาจเกิดจากปัญหาของทางเดินหายใจ ปอด หัวใจ หรือภาวะอื่นที่ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จึงไม่ควรรอดูอาการเองหากสัตว์เลี้ยงมีอาการหอบหรือหายใจผิดปกติอย่างชัดเจน
2. เลือดออก ช็อก หรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ
การเสียเลือด การสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง การบาดเจ็บ หรือโรคบางชนิดสามารถนำไปสู่ภาวะช็อกได้ สัญญาณที่พบได้ เช่น เหงือกซีดหรือขาว อ่อนแรง ชีพจรผิดปกติ ซึม หรือหมดสติ
3. ได้รับสารพิษ
หากสงสัยว่าสุนัขหรือแมวกินหรือสัมผัสสารพิษ ควรติดต่อสัตวแพทย์และนำข้อมูลหรือบรรจุภัณฑ์ของสารที่สงสัยไปด้วย ไม่ควรทำให้อาเจียนหรือให้สารใด ๆ เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะในสารบางชนิดอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติมหรือสำลักได้
4. ฮีทสโตรก
อาการที่อาจพบ ได้แก่ ตัวร้อน หอบมาก น้ำลายไหล อาเจียน เดินเซ ทรุด หรือหมดสติ ภาวะนี้เป็นภาวะฉุกเฉินและควรนำส่งสัตวแพทย์ทันที โดยระหว่างเตรียมเดินทางควรนำสัตว์ออกจากบริเวณที่ร้อนและเริ่มลดความร้อนอย่างเหมาะสม
5. อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ
แม้ภายนอกอาจมองไม่เห็นความผิดปกติ แต่การตกจากที่สูง การถูกรถชน หรือการได้รับแรงกระแทกอาจมีการบาดเจ็บภายในร่วมด้วย การเคลื่อนย้ายควรลดการขยับบริเวณศีรษะ คอ และกระดูกสันหลัง หากสงสัยว่ามีการบาดเจ็บบริเวณดังกล่าว
6. ปัสสาวะไม่ออก
โดยเฉพาะในแมวเพศผู้ การอุดตันของทางเดินปัสสาวะเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว หากพบว่าเข้ากระบะบ่อย เบ่งปัสสาวะ แต่ปัสสาวะไม่ออก หรือมีอาการเจ็บและซึม ควรรีบพบสัตวแพทย์
ระหว่างพาไปโรงพยาบาลสัตว์ควรทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือ ลดความเสี่ยงและไม่ทำให้การบาดเจ็บรุนแรงขึ้น
- โทรแจ้งโรงพยาบาลสัตว์ก่อนเดินทาง หากสามารถทำได้ เพื่อให้ทีมเตรียมรับผู้ป่วย
- เคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังและลดการขยับโดยไม่จำเป็น
- หากสงสัยการบาดเจ็บของคอหรือกระดูกสันหลัง ควรรองรับลำตัวด้วยพื้นผิวที่แข็งและเรียบ
- แมวควรอยู่ในกรงหรือกล่องที่ปลอดภัยและมีอากาศถ่ายเท
- หากมีสารพิษหรือผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุ ควรนำบรรจุภัณฑ์หรือข้อมูลของสารนั้นไปด้วย
- หลีกเลี่ยงการให้ยา การทำให้อาเจียน
- กรณีสงสัยว่าถูกงูกกัด หากสามารถจดจำลักษณะงู ถ่ายรูป หรือนำซากงู มาเพื่อให้สัตวแพทย์วินิจฉัยได้เร็วขึ้น
👉🏻การปฐมพยาบาลเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น ไม่สามารถทดแทนการตรวจและรักษาโดยสัตวแพทย์ได้👈🏻
เมื่อไหร่ควรพาไปโรงพยาบาลสัตว์?
หากไม่แน่ใจว่าอาการของสุนัขหรือแมวเข้าข่ายภาวะฉุกเฉินหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับ การหายใจ การไหลเวียนเลือด ระดับความรู้สึกตัว เลือดออกมาก การได้รับสารพิษ การบาดเจ็บรุนแรง หรือปัสสาวะไม่ออก ไม่ควรรอดูอาการเป็นเวลานาน ควรติดต่อสัตวแพทย์เพื่อประเมินความเร่งด่วนของอาการ
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การได้รับการประเมินอย่างรวดเร็วมีความสำคัญต่อการวางแผนรักษา
โรงพยาบาลสัตว์เชิงเนิน ระยอง ให้บริการตรวจรักษาสุนัขและแมว โดยทีมสัตวแพทย์พร้อมประเมินอาการและให้คำแนะนำตามความเหมาะสม