โรคฉี่หนู
โรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Leptospira ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค เช่น สัตว์ฟันแทะ รวมถึงสัตว์เลี้ยงและสัตว์อื่น ๆ เชื้อถูกขับออกมากับ ปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ และสามารถปนเปื้อนในน้ำหรือดินได้ โดยเฉพาะบริเวณที่มีความชื้น น้ำขัง หรือมีการปนเปื้อนจากปัสสาวะของสัตว์ เชื้อสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานเป็นสัปดาห์ถึงหลายเดือนภายใต้สภาพที่เหมาะสม

สุนัขและแมวติดเชื้อได้อย่างไร?
ทั้งสุนัขและแมวสามารถได้รับเชื้อจาก
- การสัมผัสปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ
- การสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ
- การดื่มน้ำที่ปนเปื้อน
- เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อเมือก เช่น ตา ปาก หรือจมูก
- เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก
- การสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสารคัดหลั่งบางชนิด
ดังนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะสุนัขหรือแมวที่อยู่ในชนบท เพราะสุนัขในเขตเมืองก็สามารถติดเชื้อได้ และแมวที่ออกนอกบ้านหรือมีโอกาสสัมผัสสัตว์ฟันแทะก็มีโอกาสสัมผัสเชื้อเช่นกัน
อาการโรคฉี่หนูในสุนัข
อาการของสุนัขมีความหลากหลายและอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอาการที่พบได้ ได้แก่
- ไข้
- ซึม อ่อนแรง
- เบื่ออาหาร
- อาเจียน
- ท้องเสีย
- ขาดน้ำ
- ปวดกล้ามเนื้อหรือไม่อยากเคลื่อนไหว
- ดื่มน้ำมากผิดปกติ
- ปัสสาวะมากหรือน้อยผิดปกติ
- ปัสสาวะผิดปกติ
- ตัวหรือตาเหลือง
- ความผิดปกติของไต
- ความผิดปกติของตับ
- ไอหรือหายใจผิดปกติ
- เลือดออกในบางราย
อาการที่สำคัญที่สุดที่ควรให้ความสนใจคือ ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน ซึ่งสามารถเกิดร่วมกับความผิดปกติของตับและระบบอื่น ๆ ได้
อาการโรคฉี่หนูในแมว
โรคฉี่หนูในแมวมีข้อมูลน้อยกว่าสุนัข และแมวที่ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่แสดงอาการชัดเจน
อาการที่มีรายงาน ได้แก่
- ซึม
- เบื่ออาหาร
- น้ำหนักลด
- อาเจียน
- ดื่มน้ำมากขึ้น
- ปัสสาวะมากขึ้น
- ความผิดปกติของไต
- อาการปวด
- ตาอักเสบ
- ความผิดปกติของระบบอื่น ๆ
ปัจจุบันมีหลักฐานว่า Leptospira สามารถติดเชื้อในแมวและอาจมีความเกี่ยวข้องกับ โรคไตหรือการอักเสบของเนื้อไต แต่ลักษณะทางคลินิกของโรคในแมวยังไม่ชัดเจนเท่าสุนัข
โรคฉี่หนูรุนแรงแค่ไหน?
ความรุนแรงขึ้นอยู่กับสัตว์แต่ละตัวและระดับความเสียหายของอวัยวะ
ในรายที่รุนแรง โรคสามารถทำให้เกิด
🩺 ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน
ไตสูญเสียความสามารถในการทำงาน ทำให้เกิดความผิดปกติของน้ำ เกลือแร่ และของเสียในร่างกาย
🟡 ตับผิดปกติ
อาจพบค่าการทำงานของตับผิดปกติและภาวะตัวเหลือง โดยเฉพาะในสุนัขบางราย
❗ ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ
สุนัขบางรายอาจเกิดเลือดออกในปอดหรือความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งถือเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
🩸 ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
อาจเกิดเลือดออกในบางราย
⚠️ อวัยวะหลายระบบล้มเหลว
ในรายที่รุนแรง โรคสามารถกระทบหลายระบบพร้อมกันและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
แม้รักษาการติดเชื้อได้ แต่ ความเสียหายของอวัยวะที่เกิดขึ้นแล้วอาจคงอยู่ถาวร ดังนั้นการตรวจและเริ่มรักษาอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญ
โรคฉี่หนูส่งผลต่อคนอย่างไร?
โรคฉี่หนูสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้
คนสามารถได้รับเชื้อจากการสัมผัส ปัสสาวะหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อเมือกหรือผิวหนังที่มีบาดแผล
จุดสำคัญคือ ไม่ได้หมายความว่าการเลี้ยงสุนัขหรือแมวจะทำให้คนติดโรคโดยอัตโนมัติ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการสัมผัสปัสสาวะหรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อโดยไม่มีการป้องกัน
อาการโรคฉี่หนูในคน
ในคน โรคมีตั้งแต่การติดเชื้อที่มีอาการไม่มากไปจนถึงโรครุนแรง อาการที่อาจพบ ได้แก่
- ไข้
- ปวดศีรษะ
- ปวดกล้ามเนื้อ
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้หรืออาเจียน
- ตาแดงหรือปวดตา
- อาการเกี่ยวกับตับและไต
ในรายที่รุนแรงสามารถเกิด ไตวาย ตับวาย เลือดออก เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะเลือดออกในปอด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
หากเจ้าของหรือสมาชิกในครอบครัวมีประวัติสัมผัสสัตว์ที่สงสัยติดเชื้อ หรือน้ำ/ดินที่อาจปนเปื้อน และเกิดอาการเจ็บป่วย ควรแจ้งแพทย์ถึงประวัติการสัมผัสดังกล่าว
การป้องกันโรคฉี่หนู
สำหรับสุนัข
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนูสำหรับสุนัข และวัคซีนเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยง โดยชนิดของเชื้อที่พบอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับโปรแกรมวัคซีนที่เหมาะสม
นอกจากนี้ควร
- หลีกเลี่ยงน้ำขังหรือน้ำที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
- ลดโอกาสสัมผัสปัสสาวะของสัตว์อื่น
- ควบคุมปัญหาหนูและสัตว์ฟันแทะ
- ระมัดระวังบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหรือมีความชื้นสูง
- รักษาความสะอาดบริเวณที่สัตว์อาศัย
สำหรับแมว
เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนมาตรฐานสำหรับแมว การลดโอกาสสัมผัสเชื้อจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะแมวที่ออกนอกบ้านหรือมีโอกาสล่าสัตว์ฟันแทะ
หากสัตว์เลี้ยงสงสัยเป็นโรคฉี่หนู เจ้าของควรทำอย่างไร?
หากสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยร่วมกับประวัติเสี่ยง เช่น สัมผัสน้ำขัง พื้นที่ที่มีหนู หรือสิ่งแวดล้อมที่อาจปนเปื้อนปัสสาวะ ควรพาเข้าพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว
ระหว่างรอการตรวจ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสปัสสาวะโดยตรง
- หากต้องทำความสะอาด ให้สวมถุงมือ
- ปิดบาดแผลบริเวณมือหรือผิวหนัง
- ล้างมือหลังสัมผัสสัตว์หรือสิ่งของของสัตว์
- ทำความสะอาดบริเวณที่อาจปนเปื้อนตามคำแนะนำที่เหมาะสม
- หากคนในบ้านมีอาการป่วยหลังสัมผัสสัตว์ที่สงสัย ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์
สงสัยว่าน้องหมาหรือน้องแมวมีความเสี่ยงโรคฉี่หนู?
หากสัตว์เลี้ยงมีอาการซึม เบื่ออาหาร อาเจียน ดื่มน้ำหรือปัสสาวะผิดปกติ ตัวเหลือง หรือมีอาการป่วยเฉียบพลัน โดยเฉพาะหลังสัมผัสน้ำขัง พื้นที่ที่มีหนู หรือบริเวณที่อาจปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ ควรพาน้องเข้ารับการตรวจโดยสัตวแพทย์เพื่อประเมินอาการและพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
โรงพยาบาลสัตว์เชิงเนิน ระยอง
ดูแลสุขภาพสุนัขและแมว พร้อมให้คำแนะนำด้านการตรวจ การรักษา และการป้องกันโรคอย่างเหมาะสม
📍 สำหรับน้องสุนัข ไม่ต้องรอให้มีอาการผิดปกติก็สามารถลดความรุนแรงของโรคได้ด้วยการพาน้องมารับวัคซีน หรือกรณีน้องมีอาการผิดปกติแล้ว สามารถทักแชทสอบถามทีมสัตวแพทย์ หรือนัดหมายเพื่อพาน้องเข้ารับการตรวจได้เลยนะคะ